
เราคู่ควรกับอิสรภาพหรือเปล่า ?
.
มนุษย์ชินกับการโดนควบคุม
เรื่องตลกก็คือ
เมื่อมนุษย์ถูกปลดปล่อยเป็นอิสระ
พวกเขามักจะกลับไปที่คุกเหล่านั้น
แล้วบอกว่า จับฉันที
เพราะทนกับอิสระภาพไม่ไหว
.
เรื่องราวนี้ผมได้ยินจากพี่ชิต
จากที่ไหนสักที่นึง
ผมยังจำได้ไม่เคยลืม
แล้วมันทำให้ผมย้อนไปหนังเรื่องหนึ่ง
The Shawshank Redemption (1994)
มีตัวละครที่ชื่อว่า บรูคส์ แฮทเลน (Brooks Hatlen)
เป็นนักโทษหัวหน้าห้องสมุดที่ติดคุกชอว์แชงก์มานานประมาณ 50 ปี
วันนึงเขาได้ถูกปล่อยเป็นอิสระ
และไม่นานหลังจากนั้น
เขาก็ได้ฆ่าตัวตายโดยมีข้อความทิ้งไว้ก่อนตายคือ “Brooks was here”
.
ทำไมเขาถึงฆ่าตัวตาย?
ก็เพราะทั้งชีวิตเขาโดนควบคุมอยู่ตลอด
ต้องตื่นนอนกี่โมง ชีวิตประจำวันต้องทำอะไร หน้าที่ของเราคืออะไร
มีคนบอกเขาทั้งหมด
พอได้ “อิสระภาพ”
มันกลายเป็นคำที่น่ากลัวสำหรับเขา
เมื่อออกไป เขาตามโลกไม่ทัน
ไม่มีเพื่อนฝูง ไม่มีสังคม
คุณค่าของเขาจากเป็นหัวหน้าห้องสมุด
กลายมาเป็น เพียงคนแก่ที่ไม่มีทางไป
.
ผมว่าเรื่องราวนี้
มันเหมือนมนุษย์ในยุคปัจจุบันไม่มีผิด
อะไรที่ทำให้ผมเขียนเรื่องนี้ ?
.
เพราะผมรู้สึกแย่กับตัวเอง
ผมรู้สึกเหมือน Brooks ยังไงยังงั้น
ในวัยสามสิบ
โมเมนต์ที่ตัดสินใจเป็นเจ้าของชีวิตตัวเอง
ออกมาจากกล่องเดินทางไปสู่
เส้นทาง “อิสระภาพ”
ผมกลับใช้ชีวิตประจำวันไม่คู่ควรกับความฝันที่เราวาดไว้
เพราะผม “ขี้เกียจ”
.
แทนทีจะเอาเวลาไปหาความรู้ใหม่ๆ
ผมกลับใช้เวลา ครึ่งวันนั้งดู Netlix
แทนทีจะเอาเวลาไปลงมือทำ
ผมกลับใช้เวลาไปกับการนั้งไถฟีค Facebook ไม่หยุดหย่อน
นี้หรอคนที่จะมีอิสรภาพ
.
แต่ทำไมเราไปทำงานประจำ เราทำได้
ก็เพราะมีคนบอกให้เราทำไง
ทั้งชีวิตของเราเกิดมาก็โดนควบคุมแล้ว
เป็นเด็กดีควรเป็นไง เด็กฉลาดต้องเป็นเด็กที่ได้เกรดดีดี
เรียนจบหางาน เก็บเงิน พออายุ 60 ค่อยเกษียณ แล้วค่อยไปมีอิสรนะ
เราชอบโดนควบคุมแต่เราแค่ไม่รู้ตัว
จนเราลืมไปแล้วว่า
การควบคุมชีวิตตัวเอง
มันทำยังไง
.
พอได้อิสระภาพปุ้บ
ไปไม่เป็นเลยทีนี้
.
Seneca — “Most powerful is he who has himself in his own power “
คนที่มีอำนาจมากที่สุด คือคนที่มีอำนาจเหนือตนเอง
.
วันนี้ตอนเช้าผมเลยบอกกับตัวเองว่า
ไม่ได้ละ ทำยังงี้ต่อไป
ได้กลับเข้าคุกอีกแน่
.
ผมก็เลยหยิบหนังสือเล่มนึงขึ้นมาอ่าน
แล้วผมก็ค้นพบว่า
ถ้าเราจะคู่ควรกับอิสระภาพ
เราต้องมีตัวตนที่คู่ควรกับมัน
เพราะถูกอย่างมีราคาที่ต้องจ่าย
.
ตัวตนของเรา เป็นผลลัพธ์ของนิสัย
ถ้าเราไม่ชอบตัวตนเราในตอนนี้
เราต้องรู้ว่า “เราอยากเป็นใคร”
เราต้องรู้ว่า “เราต้องการอะไร”
ตัวตนแบบไหนที่จะทำให้เราได้รับสิ่งเหล่านั้น
เพราะฉะนั้นสิ่งที่มันจะเปลี่ยนชีวิตเราได้จริงๆ
ไม่ใช้การตั้งเป้าหมาย แต่เป็น…
นิสัยที่เราสร้างต่างหาก
.
ซึ่งทั้งหมดมาจากหนังสือ Atomic Habits
ถึงวิธีที่เราจะสร้างนิสัยใหม่ๆให้เกินขึ้นจริงได้
.
นักเขียน James clear ได้บอกว่า
ระหว่างเป้าหมายกับกระบวนการ
เราคิดว่าอันไหนสำคัญกว่ากัน ?
.
ถ้าสมมุติทีมฟุตบอลทีมนึงไม่ได้มีเป้าหมายติดอันดับหัวตาราง
แต่เขาโฟกัสในทุกๆการซ้อมว่าเราจะทำให้มันดีขึ้นยังไง
เราคิดว่าเขาสามารถไปถึงอันดับหัวตารางได้ไหม?
.
แน่นอนแหละว่า
ทุกคนก็เชื่อว่ามันเป็นไปได้
นั้นแหละ
กระบวนการจึงสำคัญ
.
ในการที่เราอยากได้ผลลัพธ์ในสิ่งที่ต้องการ
มันขึ้นอยู่กับการกระทำซ้ำๆที่เกิดขึ้นในทุกๆวัน
ที่เรียกว่านิสัย
.
แล้วเราจะเปลี่ยนนิสัยที่ไม่ดีให้กลายเป็นนิสัยที่ดีได้ยังไง
ซึ่ง James clear ได้บอกกฎของการสร้างนิสัยดังนี้
1.ทำให้ชัดเจน
2.ทำให้ดึงดูด
3.ทำให้เป็นเรื่องง่าย
4.ทำให้น่าพอใจ
แล้วนิสัยไม่ดีละ
1.ทำให้ไม่ชัดเจน
2.ทำให้ไม่น่าดึงดูด
3.ทำให้เป็นเรื่องยาก
4.ทำให้ไม่น่าพอใจ
ยกตัวอย่างเช่น
นิสัยที่ดี (การอ่านหนังสือ)
.
ทำให้ชันเจน = วางแผนก่อนล่วงหน้าเลยว่า เราจะอ่านหนังสือตอนเช้าหลังจากเราดื่มกาแฟแล้ววางหนังสือใกล้ๆกับที่เราดื่มกาแฟเป็นประจำให้หยิบง่ายๆ
.
ทำให้น่าดึงดูด = ให้ทำควบคู่กับสิ่งที่เราชอบอยู่แล้วทุกๆครั้งอ่านหนังสือเราจะหยิบหูฟังมาใส่แล้วฟังเพลงที่เราชอบและเอาตัวเราเข้าไปอยู่ในคอมมูนิตีนักอ่านหรือไปร้านหนังสือทุกครั้งในตอนไปเดินห้างเพื่อให้มีจินตนาการว่าอ่านเรื่องนี้จบแล้วเราจะอ่านเรื่องไหนต่อดี
.
ทำให้เป็นเรื่องง่าย = บอกกับตัวเองเลยว่าเราจะอ่านหนังสือแค่ 1 หน้าต่อวันเท่านั้น ซึ่งผมเคยทำสิ่งนี้แล้วเหลือเชื่อมากว่า เราอ่านหนังสือจบ 1 เล่มใน 1 เดือนเพราะที่จริงพออ่านหนึ่งหน้ามันก็มีช่วงแบบที่เราอยากอ่านต่อแต่วันไหนที่ไม่อยากอ่านก็อ่านแค่หนึ่งหน้าขอแค่ทำทุกวัน
.
ทำให้น่าพึงพอใจ = ทุกๆครั้งที่อ่านหนังสือจบเล่มจะเอาเอาเงิน 1000 บาทไปออมในบิทคอยน์เป็นต้นสิ่งนี้มันก็เป็นเหมือนการสร้างแรงจูงใจที่ทำให้เราเห็นความคืบหน้าและติดตามผลของมันได้
.
ซึ่งถ้านิสัยที่แย่ก็ให้เราทำตรงข้ามทั้งหมด
แต่ประเด็นก็คือ
การที่เราจะรู้ว่านิสัยไหนที่ดีและไม่ดี
ก็เริ่มมาจากการรู้ว่า
ชีวิตนี้เราต้องการอะไรและตัวตนแบบไหนที่สามารถทำได้แบบนั้น
.
ซึ่งวิธีที่ James Clear แนะนำเลยก็คือให้เรา list ออกมา
ว่าวันนึงเราทำอะไรบาง
พอเขียนเสร็จ
ให้ทำเครื่องหมายไว้ว่าอันไหนดีไม่ดี
แล้วถ้ามันไม่ดี นิสัยไหนที่เราอยากจะเอาเข้ามาเปลี่ยน
.
พอเราเห็นภาพชัดก็เริ่มแบ่งนิสัยเราออกมา
แล้วเขียนกฎ 4 ข้อไว้ตามหลังนิสัยนั้นๆ
แล้ววางแผนเขียนออกมาเลยว่า
วันนี้วันของเราจะเป็นยังไง
จะทำอะไรบ้าง
.
แล้วเขาได้บอกไว้ว่านิสัยถ้าเราทำไปนานๆ
มันจะกลายเป็นเรื่องธรรมดา
ที่เราทำได้ง่ายๆโดยแทบไม่ต้องคิด
แล้วหลังจากนั้น เราก็ค่อยขยับไปนิสัยต่อไป
และต่อไปเรื่อยๆ
ลองจินตนาการดูว่า
ถ้าเราทำยังงี้ติดต่อกันสัก 10 ปี
ชีวิตเราจะเปลี่ยนไปแค่ไหน
.
สำหรับผม
นิสัย คือเครื่องมือแรก
ที่จะทำให้เรา
ใช้ชีวิตร่วมกับ
อิสรภาพ
ได้อย่างมีความสุข
.
แต่มันจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย
ถ้าเราไม่ชัดเจนกับตัวเองว่า
ชีวิตนี้เราต้องการอะไร
ผมหวังว่าโพสนี้จะเป็นประโยชน์กับพี่ๆเพื่อนๆไม่มากก็น้อยนะครับ
ขอบคุณครับ