ทำตามวันละ 30 นาที แล้วเราจะเรียนภาษาได้เร็วกว่าที่เราเรียนมาทั้งชีวิต

สำหรับเพื่อนๆคนไหนที่สนใจเรียนภาษาใหม่ๆ
พยายามเรียนมาทั้งชีวิตก็พูดไม่ได้สักที
หมดกำลังใจและกำลังคิดว่าชีวิตนี้ฉันคงทำไม่ได้แน่ๆ
หยุดก่อน !

ผมไปดูคลิปหนึ่งมาเขาบอกว่าทำตามนี้ 30 นาทีต่อวันแล้วเราจะพูดได้แน่นอนเฮ้ย!

โดยส่วนตัวผมพูดภาษาอังกฤษได้แต่ครั้งนั้นที่เรียนเราเน้นดูหนังอย่างเดียวแต่ด้วยความที่เรามีพื้นฐานคำศัพธ์ตอนเรียนที่โรงเรียนมันก็เลยไม่ยากเท่าไร แต่…

สาเหตุที่ผมดูคลิปนี้ก็เพราะว่าเราเป็นคนที่มีความฝันที่อยากจะพูดภาษาญี่ปุ่นให้ได้ แต่ประเด็นเรายอมแพ้หลายรอบเกินไปจนเลยเริ่มท้อเพราะเราไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมันเลย

แล้วมีวันหนึ่งเราไปเจอน้องคนนึงมาที่เรียนไกด์ด้วยกันตอนนั้นเราจำได้ว่า 8 เดือนที่แล้วน้องคนนั้นเพิ่งเรียนภาษาสเปนแต่พอเวลาผ่านไปตอนนี้น้องเขาเป็นไกด์สเปนพูดคล่องปรื้อ จนทำให้เรามีแรงบัลดาลใจที่จะกลับมาเรียนอีกครั้งหนึ่ง

น้องเขาทำได้ ข้าก็ทำได้สิวะ

แต่ครั้งนี้ต่างออกไปเพราะเราเรียนรู้แล้วว่าถ้าเรียนวิธีเดิมที่เราเอาแต่นั้งดูคลิปภาษาญี่ปุ่นแบบไม่รู้เรื่องอะไรเหมือนกันภาษาอังกฤษพอทำไปซักพักก็เบื่อแล้วก็เลิกผลลัพลัทธ์ก็คงเหมือนเดิม

เราต้องหาวิธีการใหม่ที่เราจะสามารถทำได้อย่างต่อเนื่อง

ผมเลยเปิด Youtube เขาไปดูวิธีการเรียนภาษาที่เราจะสามารถทำได้อย่างต่อเนื่องผมมีความเชื่อมากๆว่าภาษาไม่ใช่เรื่องของพลังวิเศษอะไรเพราะเราทุกคนเกิดมาก็มีความสามารถนี้แล้วไม่จำเป็นต้องไปนั้งอ่านแกรมม่าไม่จำเป็นต้องไปนั้งจำคำศัพท์แต่เราจำเป็นต้องอยู่กับมันและใช้มันอย่างต่อเนื่องถ้าใครบอกให้เราไปท่องแกรมม่าผมกดข้ามเลย 555

จนผมมาเจอคลิปนี้เข้า
**I speak 12 languages – copy my 30 min learning routine ของ Mikel | Hyperpolyglot

เริ่มคลิปมาเขาปล่อยหมัดฮุคมาเลยว่าทำไม 90% ถึงล้มเหลวในการเรียนภาษาก็เพราะวิธีการที่ใช้กันมันไม่ได้เน้นเรื่องการพูดเลยแต่เน้นเรื่องของการท่องจำแล้วมันจะไปพูดได้ตอนไหนละเฮ้ย!

และก็ปล่อยหมัดแยปมาอีกว่า นี้คือ 3 ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับเรื่องการเรียนภาษา

1 – การเรียนแกรมม่า

เขาบอกว่าแกรมม่ามันควรเป็นสิ่งที่เราสามารถเรียนรู้ได้อัตโนมัติหลังจากเราพูดภาษานั้นได้ไม่ใช่สิ่งที่เราควรต้องจำตั้งแต่แรกแค่เริ่มก็ไม่ Make sense แล้วเพราะมันก็ไม่ได้สอนให้คุณพูดได้อย่างเป็นธรรมชาติ

2 – พึ่งพาแอป

ประสบการณ์ตรงผมเรียนภาษาญี่ปุ่นผ่านแอป Duolingo มา 1 ปีก็ยังพูดไม่ได้เลย เขาบอกว่ามันสร้างมาเพื่อให้เราเสพติด กับ Streaks ว่าเราเรียนไปแล้วกี่วันแต่ไม่ได้ทำให้เราพูดภาษานั้นได้แต่จำคำ

3 – Passive immersion
ฟังไปเรื่อยๆเดี่ยวก็ได้เอง อันนี้เลยที่เราทำแล้วเราก็เฟลเพราะยิ่งฟังก็ยิ่งไม่เข้าใจฟังซ้ำก็ยังไม่เข้าใจโดยเขาบอกว่ามันเหมือนกับการที่เราเรียนว่ายน้ำโดยดูนักกีฬาโอลิมปิกกำลังว่ายน้ำ มันไม่เวริค์นะเว้ย

โดยเขาบอกว่านี้คือ 3 ขั้นตอนที่เขาทำที่ทำให้เขาสามารถพูดได้ 12 ภาษาและช่วยเหลือคนเป็นพันคนในการเรียนภาษาได้สำเร็จลุล่วง

STEP 1 – ให้บันทึกประโยคที่เราใช้ในชีวิตประจำวันเป็นภาษาตัวเอง (LANGUAGE ISLANDS)

  • ให้เราพูดผ่าน speech to text ในชีวิตประจำวันว่าเราพูดอะไรบาง เช่น ตอนนี้เราหิวข้าว หรือเรากำลังจะไปห้องน้ำ
  • บันทึกทุกวันทุกเวลาประมาณ 3 วัน
  • ให้ AI แปลเป็นภาษาที่เราต้องการเรียน
  • ใช้แอป text to speech แปลงตัวอักษรเป็นเสียง

STEP2 – ให้เริ่มฟัง

  • ฟังประโยคที่เราแปลตลอดเวลา เช่นซักผ้า ออกกำลังกาย หรือตอนเดินทาง พอฟังไปนานๆเราจะเราจับรูปแบบของมันได้
  • ถ้าเราอยู่คนเดียวเราควรที่จะทำ Shadowing ก็คือการพูดไปฟังไปในเวลาเดียวกันเพื่อฝึกกล้ามเนื้อปากและการออกเสียง
  • ซึ่งสิ่งที่เราทำทั้งหมดจะไม่เหมือนคนส่วนใหญ่ที่ล้มเหลวที่เขาดูคลิปภาษาแบบไม่คิดอะไรเพราะเราฟังในสิ่งที่เราใช้ในชีวิตประจำวันของเราจริงๆ

STEP 3 – (สำคัญที่สุด) Active recall

  • บังคับให้เราใช้สมอง เขาบอกว่าสองวิธีที่บอกไปก่อนหน้านั้นมันยังเป็น passive ที่ไม่ได้ท้าทายสมองของเราให้ทำงานเท่าไร
  • วิธีที่เราใช้คือให้กลับไปดูประโยคภาษาไทยที่เราสร้างขึ้นมาใน step 1 และพยายามพูดออกมาเป็นภาษาที่เรากำลังเรียน และเช็คว่าถูกไหม ถ้าไม่ถูกก็ดูว่าทำไมและก็จดไว้
  • ทำให้ได้ทุกวันพอสมองเราจำว่าประโยคไหนควรพูดยังไงในอนาคตความผิดพลาดก็จะเริ่มน้อยลง

เขาให้ทริคอีกว่าถ้าอยากจะพูดให้ได้เร็วขึ้น

  • ให้พูดกับตัวเองคนเดียวเป็นภาษาที่เราอยากเรียนเช่นเวลาเราจะสั่งกาแฟ
  • ให้ลองฝึกในหัวของเราว่าถ้าเป็นภาษาที่เราเรียนจะต้องพูดว่าอย่างไร ถ้าไม่รู้ก็ให้จดไว้ว่าประโยคนี้พูดไม่ได้นะ
  • แล้วก็ย้อนกลับไปทำ step ที่ 3 วนไปเรื่อยๆ

แต่เขาก็ย้ำนะว่าสิ่งที่เขาบอกมันจะใช้ไม่ได้เลยถ้าเราไม่ฝึกทุกวันเพราะฉะนั้นเราต้องทำให้มันเป็น routine

**ตอนเช้าตื่นนอน

  • เปิดเสียงประโยค ฝึก shadowing ตอนที่เราแปรงฝันล้างหน้าเข้าห้องน้ำแต่งตัวหรือแม้กระทั้งตอนขับรถ สรุปก็คือฟังตลอดเวลานั้นแหละ

**ตอนเที่ยง

  • ก็ทำ active recall กลับไปดูประโยคใน step 1 แล้วลองพูดออกมาเป็นภาษาที่เราเรียน อันไหนไม่ได้ก็โน้ตไว้ 15 นาทีก็เพียงพอ

**ตอนเย็น

  • ถึงบ้านก็ทำ active recall โดยเฉพาะช่วงเวลาก่อนนอนเพราะการเรียนอะไรก่อนนอนจะทำให้เราจำได้เร็วขึ้นมีประสิทธิภาพมากขึ้น

**โดยสรุปเขาบอกว่า

เราไม่ต้องการ 3 ชั่วโมงต่อวันเพื่อนั้งเรียนแต่เราต้องการช่วงเวลาเล็กๆน้อยๆในแต่ละช่วงมารวมกัน เมื่อเราทำไปได้สักสามอาทิตย์เราก็จะเริ่มเห็นพัฒนาการของเราอย่างแน่นอน

และนี้คือ Routine ที่เขาใช้ที่ทำให้เขาสามารถพูดได้ 12 ภาษา

ซึ่งผมคิดว่ามันเป็นวิธีที่น่าสนใจมาก
ซึ่งวันนี้เป็นวันแรกที่ผมเริ่มทำเดี่ยวจะมาอัพเดทให้ฟังหลังจากผ่านไป 3 อาทิตย์นะครับว่ามันเวริค์หรือไม่ยังไง

ก็หวังว่าโพสนี้จะปลุกใจให้เรากลับมาฝึกภาษากันอีกครั้งนึงมาลองเรียนด้วยวิธีนี้ไปด้วยกันนะครับ

Leave a Comment